เป้าหมายและอิสรภาพทางการเงิน
วางแผนเกษียณ ต้องมีเงินเท่าไหร่ คำนวณเองได้ใน 5 ขั้น
โดย แบมเผยแพร่ อ่านประมาณ 11 นาที
สรุปสั้น
การวางแผนเกษียณคือการหาว่าวันที่หยุดทำงานต้องมีเงินก้อนเท่าไหร่ แล้วแปลงเป็นเงินที่ต้องออมต่อเดือนตั้งแต่วันนี้ คำนวณได้ใน 5 ขั้น คือ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ปรับเงินเฟ้อ คูณจำนวนปีหลังเกษียณ หักเงินที่มี และหารเป็นเงินออมรายเดือน ในตัวอย่างสมมติ คนอายุ 40 ที่อยากใช้เดือนละ 20,000 บาท (ค่าเงินวันนี้) หลังเกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินประมาณ 10.84 ล้านบาท

การวางแผนเกษียณคืออะไร
การวางแผนเกษียณคือการคำนวณว่าในวันที่คุณหยุดทำงาน ต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะใช้ชีวิตแบบที่ต้องการไปได้ตลอด แล้วย้อนกลับมาหาว่าตั้งแต่วันนี้ต้องออมเดือนละเท่าไหร่ ผลลัพธ์คือตัวเลขสองตัว ได้แก่ เงินก้อนที่ต้องมี ณ วันเกษียณ และเงินออมต่อเดือน
เกษียณเป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาวที่ต่างจากเป้าหมายอื่นตรงที่ รายได้จากงานหยุด แต่ค่าใช้จ่ายยังเดินต่อ และไม่มีใครรู้แน่ว่าต้องใช้เงินก้อนนี้อีกกี่ปี การคำนวณจึงต้องอาศัยสมมติฐานที่คุณควรรู้ที่มา
ถ้าอยากได้ตัวเลขของตัวเองเลย แผนการเงินของคุณ จะถามทีละหน้าแล้วแสดงเงินที่ต้องเตรียมหลังเกษียณ ส่วนบทความนี้อธิบายว่าตัวเลขนั้นคำนวณอย่างไร
ผลสำรวจ ธปท. ปี 2567 บอกอะไรเรื่องการวางแผนเกษียณ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปี 2567 จากกลุ่มตัวอย่าง 12,558 คน อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าคนไทย 59.7% มีการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ แต่มีเพียง 14% ที่ทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ และ ธปท. ระบุว่าการวางแผนการออมเพื่อเกษียณของคนไทยยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ตัวเลขชุดนี้สำคัญเพราะชี้ว่าช่องว่างใหญ่อยู่ระหว่าง "เริ่มแล้ว" กับ "ทำได้ตามแผน" แผนที่ต้องเดินต่อเนื่องเป็นสิบ ๆ ปีจึงต้องมีตัวเลขที่รู้ที่มา เงินออมต่อเดือนที่ออมไหวจริง และการทบทวนเป็นระยะ
เงินเกษียณต้องมีเท่าไหร่: คำนวณเองใน 5 ขั้น
- ประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ ในค่าเงินวันนี้
- ปรับด้วยเงินเฟ้อ ให้เป็นค่าใช้จ่ายในปีที่เกษียณ
- คูณด้วยจำนวนปีหลังเกษียณ ได้เงินก้อนที่ต้องมี
- หักเงินที่มีอยู่แล้วและเงินที่คาดว่าจะได้
- แปลงส่วนที่ยังขาดเป็นเงินออมต่อเดือน
เราจะคำนวณตัวอย่าง (สมมติ) หนึ่งชุดไปพร้อมกันทุกขั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การคาดการณ์
| สมมติฐาน | ค่าในตัวอย่าง |
|---|---|
| อายุตอนนี้ | 40 ปี |
| อายุเกษียณ | 60 ปี (อีก 20 ปี หรือ 240 เดือน) |
| ใช้ชีวิตหลังเกษียณถึงอายุ | 85 ปี (25 ปี) |
| ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ในค่าเงินวันนี้ | 20,000 บาทต่อเดือน |
| เงินเฟ้อ | 3% ต่อปี |
| ผลตอบแทนช่วงก่อนเกษียณ | 4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน |
| ผลตอบแทนช่วงหลังเกษียณ | 3% ต่อปี เท่ากับเงินเฟ้อ |
| เงินออมเพื่อเกษียณที่มีแล้ว | 500,000 บาท |
ขั้นที่ 1: ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ (ค่าเงินวันนี้)
เริ่มจากค่าใช้จ่ายปัจจุบัน แล้วถามว่าหลังเกษียณอะไรจะหายไป และอะไรจะเพิ่มขึ้น ค่าเดินทางไปทำงานหรือค่าผ่อนบ้านที่ปิดแล้วอาจหายไป ส่วนค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้น ใช้ค่าเงินวันนี้ก่อน เพราะเป็นตัวเลขที่คุณนึกภาพออก
ถ้าอยากมีจุดเทียบ การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ย 22,420 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นของทั้งครัวเรือน ไม่ใช่ต่อคน จึงใช้ได้แค่เป็นจุดเทียบ
ในตัวอย่าง: 20,000 บาทต่อเดือน
ขั้นที่ 2: ปรับด้วยเงินเฟ้อถึงปีที่เกษียณ
เงินเฟ้อคือการที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นตามเวลา เงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อของได้น้อยลง
วิธีคิด: ค่าใช้จ่ายในปีที่เกษียณ = ค่าใช้จ่ายวันนี้ × (1 + อัตราเงินเฟ้อ) ยกกำลังจำนวนปีจนถึงเกษียณ
ในตัวอย่าง: 20,000 × (1.03 ยกกำลัง 20) = 20,000 × 1.8061 ≈ 36,122 บาทต่อเดือน หรือปีละ 36,122 × 12 = 433,464 บาท
ยิ่งเหลือเวลานาน ผลของเงินเฟ้อยิ่งชัด (เงินเฟ้อ 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายวันนี้ 20,000 บาทต่อเดือน)
| อีกกี่ปี | ตัวคูณ (1.03 ยกกำลังจำนวนปี) | ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เทียบเท่า |
|---|---|---|
| 10 ปี | 1.3439 | ประมาณ 26,878 บาท |
| 20 ปี | 1.8061 | ประมาณ 36,122 บาท |
| 30 ปี | 2.4273 | ประมาณ 48,545 บาท |
ขั้นที่ 3: คูณด้วยจำนวนปีหลังเกษียณ ได้เงินก้อนที่ต้องมี
ตัวอย่างนี้สมมติว่าใช้ชีวิตหลังเกษียณตั้งแต่อายุ 60 ถึง 85 ปี รวม 25 ปี การเผื่ออายุให้ยาวกว่าที่คาดไว้ปลอดภัยกว่า เพราะสิ่งที่ต้องกันไว้คือเงินหมดขณะที่ยังต้องใช้ชีวิตต่อ
ระหว่างเกษียณ ค่าใช้จ่ายยังสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ ขณะที่เงินก้อนที่ยังไม่ได้ใช้ก็ได้ผลตอบแทน ตัวอย่างนี้สมมติว่าผลตอบแทนหลังเกษียณเท่ากับเงินเฟ้อพอดี (3% ต่อปี) และถอนเงินใช้ทุกต้นปี สองอย่างจึงหักล้างกัน และคูณตรง ๆ ได้
วิธีคิด: เงินก้อนที่ต้องมี = ค่าใช้จ่ายปีแรกหลังเกษียณ × จำนวนปีหลังเกษียณ
ในตัวอย่าง: 433,464 × 25 = 10,836,600 บาท หรือประมาณ 10.84 ล้านบาท
ถ้าเงินหลังเกษียณได้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเฟ้อ เงินก้อนที่ต้องมีจะสูงกว่านี้
ขั้นที่ 4: หักเงินที่มีอยู่แล้วและเงินที่คาดว่าจะได้
ในตัวอย่าง คุณมีเงินออมเพื่อเกษียณแล้ว 500,000 บาท และสมมติว่าได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน ไปอีก 240 เดือน
วิธีคิด: มูลค่า ณ วันเกษียณ = เงินที่มีวันนี้ × (1 + ผลตอบแทนต่อเดือน) ยกกำลังจำนวนเดือน
ในตัวอย่าง: 500,000 × (1 + 0.04 ÷ 12) ยกกำลัง 240 ≈ 500,000 × 2.2226 ≈ 1,111,300 บาท
ส่วนที่ยังขาด = 10,836,600 − 1,111,300 = 9,725,300 บาท
แหล่งเงินอื่นที่ควรนำมาหักในขั้นนี้ ถ้าคุณมีสิทธิ
- สิทธิกรณีชราภาพจากประกันสังคม ถ้าคุณเป็นผู้ประกันตน
- เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าที่ทำงานมีกองทุนและคุณเป็นสมาชิก
- รายได้จากทรัพย์สินที่คาดว่าจะยังได้หลังเกษียณ เช่น ค่าเช่าหรือเงินปันผล
ตรวจสอบยอดของคุณกับหน่วยงานหรือกองทุนนั้นโดยตรง ถ้าเป็นเงินก้อน ให้หักในขั้นนี้ ถ้าเป็นเงินรายเดือน ให้หักจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนในขั้นที่ 2 แล้วคำนวณขั้นที่ 3 ใหม่ ตัวอย่างนี้ไม่ได้นับแหล่งเหล่านี้
ขั้นที่ 5: แปลงส่วนที่ขาดเป็นเงินออมต่อเดือน
เหลือเวลาออมอีก 240 เดือน ถ้าไม่คิดผลตอบแทนเลย ต้องออม 9,725,300 ÷ 240 ≈ 40,522 บาทต่อเดือน
ถ้าเงินที่ออมได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน และออมทุกสิ้นเดือน
วิธีคิด: เงินออมต่อเดือน = ส่วนที่ขาด × ผลตอบแทนต่อเดือน ÷ [(1 + ผลตอบแทนต่อเดือน) ยกกำลังจำนวนเดือน − 1]
- ผลตอบแทนต่อเดือน = 0.04 ÷ 12 ≈ 0.003333
- (1 + 0.04 ÷ 12) ยกกำลัง 240 ≈ 2.2226 เมื่อลบ 1 จะเหลือ 1.2226
- 9,725,300 × (0.04 ÷ 12) ≈ 32,418
- 32,418 ÷ 1.2226 ≈ 26,516 บาทต่อเดือน
ตลอด 240 เดือน คุณออมเองรวม 26,516 × 240 = 6,363,840 บาท อีกประมาณ 3.36 ล้านบาทมาจากผลตอบแทนที่สมมติไว้ ซึ่งไม่มีใครรับประกันได้ ถ้าผลตอบแทนจริงต่ำกว่า เงินออมต่อเดือนต้องสูงขึ้น
สรุปตัวอย่างทั้ง 5 ขั้น
| ขั้น | คำนวณ | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1. ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ (ค่าเงินวันนี้) | สมมติ | 20,000 บาทต่อเดือน |
| 2. ปรับเงินเฟ้อ 3% อีก 20 ปี | 20,000 × 1.8061 | 36,122 บาทต่อเดือน (433,464 บาทต่อปี) |
| 3. เงินก้อนที่ต้องมี | 433,464 × 25 ปี | 10,836,600 บาท |
| 4. หักเงินที่มี | 10,836,600 − 1,111,300 | 9,725,300 บาท |
| 5. เงินออมต่อเดือน | 240 เดือน ผลตอบแทน 4% ต่อปี | 26,516 บาท (ไม่คิดผลตอบแทน 40,522 บาท) |
เริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุ 40 ทันไหม
ทัน แต่เงินออมต่อเดือนจะสูงกว่าคนที่เริ่มเร็วกว่า ตารางนี้ใช้เป้าหมายเงินก้อนเดียวกัน 10,836,600 บาท และสมมติว่ายังไม่มีเงินออมตั้งต้น เพื่อให้เห็นผลของเวลาอย่างเดียว
| เวลาที่เหลือจนเกษียณ | ออมต่อเดือน ไม่คิดผลตอบแทน | ออมต่อเดือน ผลตอบแทน 4% ต่อปี | เงินที่ออมเองรวม (กรณี 4%) |
|---|---|---|---|
| 30 ปี | 30,102 บาท | 15,614 บาท | 5,621,040 บาท |
| 20 ปี | 45,153 บาท | 29,546 บาท | 7,091,040 บาท |
| 10 ปี | 90,305 บาท | 73,593 บาท | 8,831,160 บาท |
เมื่อมีเวลา 30 ปี ผลตอบแทนที่สมมติไว้ทำงานแทนคุณเกือบครึ่งหนึ่งของเงินก้อน แต่เมื่อเหลือ 10 ปี ผลตอบแทนช่วยได้ไม่ถึงหนึ่งในห้า
ถ้าเงินออม 26,516 บาทต่อเดือนในตัวอย่างสูงเกินกว่าที่ออมไหว ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งแผน แต่ต้องปรับตัวแปร ตารางนี้ใช้ตัวอย่างเดิมแล้วเปลี่ยนทีละอย่าง (ทุกแถวยังหักเงิน 500,000 บาทที่มีอยู่)
| ปรับอะไร | เงินก้อนที่ต้องมี | ออมต่อเดือน (ผลตอบแทน 4% ต่อปี) |
|---|---|---|
| ตัวอย่างเดิม: ใช้เดือนละ 20,000 บาท เกษียณอายุ 60 | 10,836,600 บาท | 26,516 บาท |
| ลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเหลือเดือนละ 15,000 บาท (ค่าเงินวันนี้) | 8,127,600 บาท | 19,130 บาท |
| เกษียณอายุ 65 แทน 60 (ใช้ชีวิตหลังเกษียณ 20 ปี) | 10,050,240 บาท | 16,909 บาท |
การเลื่อนอายุเกษียณช่วยได้มาก เพราะได้ผลสามทางพร้อมกัน คือออมได้นานขึ้น เงินที่มีอยู่เติบโตนานขึ้น และจำนวนปีที่ต้องใช้เงินก้อนสั้นลง อีกทางคือสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ยังจ่ายต่อหลังเกษียณ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับอิสรภาพทางการเงิน
ทำให้แผนเกษียณเดินได้จริง
- ออมก่อนใช้ ธปท. แนะนำให้กันรายรับส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน การตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนเข้าช่วยให้ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกเดือน
- แยกเงินสำรองฉุกเฉินไว้ต่างหาก ถ้าไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน เรื่องไม่คาดคิดครั้งเดียวอาจทำให้ต้องถอนเงินเกษียณมาใช้ก่อนเวลา
- ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี ช่องทางออมเพื่อเกษียณบางประเภทได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร
- ทบทวนอย่างน้อยทุก 6 เดือน ตามที่ ธปท. แนะนำ และคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือแผนชีวิตเปลี่ยน
- เพิ่มเงินออมเมื่อรายได้เพิ่ม เริ่มจากจำนวนที่ออมไหว แล้วเพิ่มเมื่อเงินเดือนขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
เกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินเท่าไหร่
ขึ้นกับค่าใช้จ่ายที่ต้องการ อายุตอนนี้ และจำนวนปีหลังเกษียณ ในตัวอย่างสมมติของบทความนี้ คนอายุ 40 ที่อยากใช้เดือนละ 20,000 บาทในค่าเงินวันนี้ เงินเฟ้อ 3% ต่อปี และใช้ชีวิตหลังเกษียณ 25 ปี ต้องมีเงินประมาณ 10.84 ล้านบาท ณ วันเกษียณ ตัวเลขของคุณอาจต่างจากนี้มาก
ควรใช้อัตราเงินเฟ้อเท่าไหร่ในการวางแผนเกษียณ
ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน เพราะเงินเฟ้อในอนาคตเปลี่ยนแปลงได้ ตัวอย่างในบทความใช้ 3% ต่อปีเป็นสมมติฐาน ถ้าใช้ 2% ค่าใช้จ่าย 20,000 บาทในอีก 20 ปีจะเทียบเท่าประมาณ 29,719 บาทต่อเดือน ถ้าใช้ 4% จะเทียบเท่าประมาณ 43,822 บาท การลองหลายค่าช่วยให้เห็นช่วงของเงินที่ต้องเตรียม
เริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุ 40 ยังทันไหม
ทัน แต่ต้องออมต่อเดือนมากกว่าคนที่เริ่มเร็วกว่า เพราะผลตอบแทนมีเวลาทบต้นน้อยลง ในตัวอย่างของบทความ การลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณหรือเลื่อนอายุเกษียณช่วยลดเงินออมต่อเดือนได้ชัดเจน เริ่มจากจำนวนที่ออมไหวจริง แล้วเพิ่มเมื่อรายได้เพิ่ม
นับประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้าไปในแผนเกษียณได้ไหม
ได้ ถ้าคุณมีสิทธิ ควรนับรวมด้วย ถ้าเป็นเงินก้อนให้หักออกจากเงินก้อนที่ต้องมี ถ้าเป็นเงินรายเดือนให้หักออกจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ จำนวนเงินขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละคน จึงควรตรวจสอบยอดกับสำนักงานประกันสังคมหรือกองทุนโดยตรง
ควรทบทวนแผนเกษียณบ่อยแค่ไหน
ธปท. แนะนำให้ตรวจสอบแผนการเงินอย่างน้อยทุก 6 เดือนว่าเป็นไปตามที่วางไว้หรือไม่ นอกจากนี้ควรคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือแผนชีวิตเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนงานหรือมีบุตร การทบทวนสม่ำเสมอทำให้รู้ตัวเร็วถ้าเริ่มตามหลังแผน
ออมเพื่อเกษียณแล้วลดหย่อนภาษีได้ไหม
มีช่องทางออมเพื่อเกษียณบางประเภทที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่วงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกันและอาจเปลี่ยนตามประกาศของรัฐ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ และเลือกตามเป้าหมายเกษียณเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะสิทธิลดหย่อนอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทย ปี 2567 — สัดส่วนคนที่วางแผนและเริ่มออมเพื่อเกษียณ และสัดส่วนที่ทำตามแผนได้สำเร็จ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: การวางแผนการเงิน — การกันเงินออมไว้ก่อนใช้ และการตรวจสอบแผนอย่างน้อยทุก 6 เดือน
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ: การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 — ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน
อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?
เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน
เริ่มเส้นทางการเงินของฉันอ่านต่อ
- อิสรภาพทางการเงินคืออะไร ต้องมีเงินเท่าไหร่ คำนวณได้ 2 วิธีอิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) คือจุดที่คุณไม่ต้องทำงานเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าครองชีพอีกต่อไป วัดได้สองแบบ แบบแรกคือรายได้จากทรัพย์สินต่อเดือนมากกว่ารายจ่ายต่อเดือน ตามแนวคิดของ Robert Kiyosaki แบบที่สองคือมีเงินก้อนพอให้ถอนใช้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งคนนิยมคิดด้วยกฎ 4% หรือราว 25 เท่าของรายจ่ายต่อปี
- เป้าหมายทางการเงินที่ดี ตั้งอย่างไรให้ทำได้จริง (หลัก SMART พร้อมตัวอย่าง)เป้าหมายทางการเงินที่ดีบอกได้ว่าเงินก้อนนั้นเอาไปทำอะไร ต้องมีกี่บาท และต้องมีภายในเมื่อไหร่ ตรวจได้ด้วยหลัก SMART แล้วแปลงเป็นเงินออมต่อเดือน เช่น เงินดาวน์ 300,000 บาทใน 5 ปี คือออมเดือนละ 5,000 บาท (ตัวอย่างสมมติ ไม่คิดผลตอบแทน) และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเป้าหมายที่ต้องลงทุน
- เกม Cashflow คืออะไร? บอร์ดเกมการเงินของ Robert Kiyosaki เล่นอย่างไร ได้อะไรCASHFLOW คือบอร์ดเกมการเงินที่ Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูกสร้างขึ้นในปี 1996 ระหว่างเล่น ทุกคนต้องกรอกงบการเงินของตัวเอง และจะออกจาก Rat Race ได้เมื่อรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม จึงเป็นสนามฝึกอ่านกระแสเงินสด (cashflow) ของตัวเองโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง