ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เป้าหมายและอิสรภาพทางการเงิน

วางแผนเกษียณ ต้องมีเงินเท่าไหร่ คำนวณเองได้ใน 5 ขั้น

โดย เผยแพร่ อ่านประมาณ 11 นาที

สรุปสั้น

การวางแผนเกษียณคือการหาว่าวันที่หยุดทำงานต้องมีเงินก้อนเท่าไหร่ แล้วแปลงเป็นเงินที่ต้องออมต่อเดือนตั้งแต่วันนี้ คำนวณได้ใน 5 ขั้น คือ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ปรับเงินเฟ้อ คูณจำนวนปีหลังเกษียณ หักเงินที่มี และหารเป็นเงินออมรายเดือน ในตัวอย่างสมมติ คนอายุ 40 ที่อยากใช้เดือนละ 20,000 บาท (ค่าเงินวันนี้) หลังเกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินประมาณ 10.84 ล้านบาท

การวางแผนเกษียณคืออะไร

การวางแผนเกษียณคือการคำนวณว่าในวันที่คุณหยุดทำงาน ต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะใช้ชีวิตแบบที่ต้องการไปได้ตลอด แล้วย้อนกลับมาหาว่าตั้งแต่วันนี้ต้องออมเดือนละเท่าไหร่ ผลลัพธ์คือตัวเลขสองตัว ได้แก่ เงินก้อนที่ต้องมี ณ วันเกษียณ และเงินออมต่อเดือน

เกษียณเป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาวที่ต่างจากเป้าหมายอื่นตรงที่ รายได้จากงานหยุด แต่ค่าใช้จ่ายยังเดินต่อ และไม่มีใครรู้แน่ว่าต้องใช้เงินก้อนนี้อีกกี่ปี การคำนวณจึงต้องอาศัยสมมติฐานที่คุณควรรู้ที่มา

ถ้าอยากได้ตัวเลขของตัวเองเลย แผนการเงินของคุณ จะถามทีละหน้าแล้วแสดงเงินที่ต้องเตรียมหลังเกษียณ ส่วนบทความนี้อธิบายว่าตัวเลขนั้นคำนวณอย่างไร

ผลสำรวจ ธปท. ปี 2567 บอกอะไรเรื่องการวางแผนเกษียณ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปี 2567 จากกลุ่มตัวอย่าง 12,558 คน อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าคนไทย 59.7% มีการวางแผนและเริ่มออมเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ แต่มีเพียง 14% ที่ทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ และ ธปท. ระบุว่าการวางแผนการออมเพื่อเกษียณของคนไทยยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ตัวเลขชุดนี้สำคัญเพราะชี้ว่าช่องว่างใหญ่อยู่ระหว่าง "เริ่มแล้ว" กับ "ทำได้ตามแผน" แผนที่ต้องเดินต่อเนื่องเป็นสิบ ๆ ปีจึงต้องมีตัวเลขที่รู้ที่มา เงินออมต่อเดือนที่ออมไหวจริง และการทบทวนเป็นระยะ

เงินเกษียณต้องมีเท่าไหร่: คำนวณเองใน 5 ขั้น

  1. ประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ ในค่าเงินวันนี้
  2. ปรับด้วยเงินเฟ้อ ให้เป็นค่าใช้จ่ายในปีที่เกษียณ
  3. คูณด้วยจำนวนปีหลังเกษียณ ได้เงินก้อนที่ต้องมี
  4. หักเงินที่มีอยู่แล้วและเงินที่คาดว่าจะได้
  5. แปลงส่วนที่ยังขาดเป็นเงินออมต่อเดือน

เราจะคำนวณตัวอย่าง (สมมติ) หนึ่งชุดไปพร้อมกันทุกขั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การคาดการณ์

สมมติฐานค่าในตัวอย่าง
อายุตอนนี้40 ปี
อายุเกษียณ60 ปี (อีก 20 ปี หรือ 240 เดือน)
ใช้ชีวิตหลังเกษียณถึงอายุ85 ปี (25 ปี)
ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ในค่าเงินวันนี้20,000 บาทต่อเดือน
เงินเฟ้อ3% ต่อปี
ผลตอบแทนช่วงก่อนเกษียณ4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน
ผลตอบแทนช่วงหลังเกษียณ3% ต่อปี เท่ากับเงินเฟ้อ
เงินออมเพื่อเกษียณที่มีแล้ว500,000 บาท

ขั้นที่ 1: ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ (ค่าเงินวันนี้)

เริ่มจากค่าใช้จ่ายปัจจุบัน แล้วถามว่าหลังเกษียณอะไรจะหายไป และอะไรจะเพิ่มขึ้น ค่าเดินทางไปทำงานหรือค่าผ่อนบ้านที่ปิดแล้วอาจหายไป ส่วนค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้น ใช้ค่าเงินวันนี้ก่อน เพราะเป็นตัวเลขที่คุณนึกภาพออก

ถ้าอยากมีจุดเทียบ การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ย 22,420 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นของทั้งครัวเรือน ไม่ใช่ต่อคน จึงใช้ได้แค่เป็นจุดเทียบ

ในตัวอย่าง: 20,000 บาทต่อเดือน

ขั้นที่ 2: ปรับด้วยเงินเฟ้อถึงปีที่เกษียณ

เงินเฟ้อคือการที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นตามเวลา เงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อของได้น้อยลง

วิธีคิด: ค่าใช้จ่ายในปีที่เกษียณ = ค่าใช้จ่ายวันนี้ × (1 + อัตราเงินเฟ้อ) ยกกำลังจำนวนปีจนถึงเกษียณ

ในตัวอย่าง: 20,000 × (1.03 ยกกำลัง 20) = 20,000 × 1.8061 ≈ 36,122 บาทต่อเดือน หรือปีละ 36,122 × 12 = 433,464 บาท

ยิ่งเหลือเวลานาน ผลของเงินเฟ้อยิ่งชัด (เงินเฟ้อ 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายวันนี้ 20,000 บาทต่อเดือน)

อีกกี่ปีตัวคูณ (1.03 ยกกำลังจำนวนปี)ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เทียบเท่า
10 ปี1.3439ประมาณ 26,878 บาท
20 ปี1.8061ประมาณ 36,122 บาท
30 ปี2.4273ประมาณ 48,545 บาท

ขั้นที่ 3: คูณด้วยจำนวนปีหลังเกษียณ ได้เงินก้อนที่ต้องมี

ตัวอย่างนี้สมมติว่าใช้ชีวิตหลังเกษียณตั้งแต่อายุ 60 ถึง 85 ปี รวม 25 ปี การเผื่ออายุให้ยาวกว่าที่คาดไว้ปลอดภัยกว่า เพราะสิ่งที่ต้องกันไว้คือเงินหมดขณะที่ยังต้องใช้ชีวิตต่อ

ระหว่างเกษียณ ค่าใช้จ่ายยังสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ ขณะที่เงินก้อนที่ยังไม่ได้ใช้ก็ได้ผลตอบแทน ตัวอย่างนี้สมมติว่าผลตอบแทนหลังเกษียณเท่ากับเงินเฟ้อพอดี (3% ต่อปี) และถอนเงินใช้ทุกต้นปี สองอย่างจึงหักล้างกัน และคูณตรง ๆ ได้

วิธีคิด: เงินก้อนที่ต้องมี = ค่าใช้จ่ายปีแรกหลังเกษียณ × จำนวนปีหลังเกษียณ

ในตัวอย่าง: 433,464 × 25 = 10,836,600 บาท หรือประมาณ 10.84 ล้านบาท

ถ้าเงินหลังเกษียณได้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเฟ้อ เงินก้อนที่ต้องมีจะสูงกว่านี้

ขั้นที่ 4: หักเงินที่มีอยู่แล้วและเงินที่คาดว่าจะได้

ในตัวอย่าง คุณมีเงินออมเพื่อเกษียณแล้ว 500,000 บาท และสมมติว่าได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน ไปอีก 240 เดือน

วิธีคิด: มูลค่า ณ วันเกษียณ = เงินที่มีวันนี้ × (1 + ผลตอบแทนต่อเดือน) ยกกำลังจำนวนเดือน

ในตัวอย่าง: 500,000 × (1 + 0.04 ÷ 12) ยกกำลัง 240 ≈ 500,000 × 2.2226 ≈ 1,111,300 บาท

ส่วนที่ยังขาด = 10,836,600 − 1,111,300 = 9,725,300 บาท

แหล่งเงินอื่นที่ควรนำมาหักในขั้นนี้ ถ้าคุณมีสิทธิ

  • สิทธิกรณีชราภาพจากประกันสังคม ถ้าคุณเป็นผู้ประกันตน
  • เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าที่ทำงานมีกองทุนและคุณเป็นสมาชิก
  • รายได้จากทรัพย์สินที่คาดว่าจะยังได้หลังเกษียณ เช่น ค่าเช่าหรือเงินปันผล

ตรวจสอบยอดของคุณกับหน่วยงานหรือกองทุนนั้นโดยตรง ถ้าเป็นเงินก้อน ให้หักในขั้นนี้ ถ้าเป็นเงินรายเดือน ให้หักจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนในขั้นที่ 2 แล้วคำนวณขั้นที่ 3 ใหม่ ตัวอย่างนี้ไม่ได้นับแหล่งเหล่านี้

ขั้นที่ 5: แปลงส่วนที่ขาดเป็นเงินออมต่อเดือน

เหลือเวลาออมอีก 240 เดือน ถ้าไม่คิดผลตอบแทนเลย ต้องออม 9,725,300 ÷ 240 ≈ 40,522 บาทต่อเดือน

ถ้าเงินที่ออมได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี ทบต้นรายเดือน และออมทุกสิ้นเดือน

วิธีคิด: เงินออมต่อเดือน = ส่วนที่ขาด × ผลตอบแทนต่อเดือน ÷ [(1 + ผลตอบแทนต่อเดือน) ยกกำลังจำนวนเดือน − 1]

  1. ผลตอบแทนต่อเดือน = 0.04 ÷ 12 ≈ 0.003333
  2. (1 + 0.04 ÷ 12) ยกกำลัง 240 ≈ 2.2226 เมื่อลบ 1 จะเหลือ 1.2226
  3. 9,725,300 × (0.04 ÷ 12) ≈ 32,418
  4. 32,418 ÷ 1.2226 ≈ 26,516 บาทต่อเดือน

ตลอด 240 เดือน คุณออมเองรวม 26,516 × 240 = 6,363,840 บาท อีกประมาณ 3.36 ล้านบาทมาจากผลตอบแทนที่สมมติไว้ ซึ่งไม่มีใครรับประกันได้ ถ้าผลตอบแทนจริงต่ำกว่า เงินออมต่อเดือนต้องสูงขึ้น

สรุปตัวอย่างทั้ง 5 ขั้น

ขั้นคำนวณผลลัพธ์
1. ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ (ค่าเงินวันนี้)สมมติ20,000 บาทต่อเดือน
2. ปรับเงินเฟ้อ 3% อีก 20 ปี20,000 × 1.806136,122 บาทต่อเดือน (433,464 บาทต่อปี)
3. เงินก้อนที่ต้องมี433,464 × 25 ปี10,836,600 บาท
4. หักเงินที่มี10,836,600 − 1,111,3009,725,300 บาท
5. เงินออมต่อเดือน240 เดือน ผลตอบแทน 4% ต่อปี26,516 บาท (ไม่คิดผลตอบแทน 40,522 บาท)

เริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุ 40 ทันไหม

ทัน แต่เงินออมต่อเดือนจะสูงกว่าคนที่เริ่มเร็วกว่า ตารางนี้ใช้เป้าหมายเงินก้อนเดียวกัน 10,836,600 บาท และสมมติว่ายังไม่มีเงินออมตั้งต้น เพื่อให้เห็นผลของเวลาอย่างเดียว

เวลาที่เหลือจนเกษียณออมต่อเดือน ไม่คิดผลตอบแทนออมต่อเดือน ผลตอบแทน 4% ต่อปีเงินที่ออมเองรวม (กรณี 4%)
30 ปี30,102 บาท15,614 บาท5,621,040 บาท
20 ปี45,153 บาท29,546 บาท7,091,040 บาท
10 ปี90,305 บาท73,593 บาท8,831,160 บาท

เมื่อมีเวลา 30 ปี ผลตอบแทนที่สมมติไว้ทำงานแทนคุณเกือบครึ่งหนึ่งของเงินก้อน แต่เมื่อเหลือ 10 ปี ผลตอบแทนช่วยได้ไม่ถึงหนึ่งในห้า

ถ้าเงินออม 26,516 บาทต่อเดือนในตัวอย่างสูงเกินกว่าที่ออมไหว ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งแผน แต่ต้องปรับตัวแปร ตารางนี้ใช้ตัวอย่างเดิมแล้วเปลี่ยนทีละอย่าง (ทุกแถวยังหักเงิน 500,000 บาทที่มีอยู่)

ปรับอะไรเงินก้อนที่ต้องมีออมต่อเดือน (ผลตอบแทน 4% ต่อปี)
ตัวอย่างเดิม: ใช้เดือนละ 20,000 บาท เกษียณอายุ 6010,836,600 บาท26,516 บาท
ลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเหลือเดือนละ 15,000 บาท (ค่าเงินวันนี้)8,127,600 บาท19,130 บาท
เกษียณอายุ 65 แทน 60 (ใช้ชีวิตหลังเกษียณ 20 ปี)10,050,240 บาท16,909 บาท

การเลื่อนอายุเกษียณช่วยได้มาก เพราะได้ผลสามทางพร้อมกัน คือออมได้นานขึ้น เงินที่มีอยู่เติบโตนานขึ้น และจำนวนปีที่ต้องใช้เงินก้อนสั้นลง อีกทางคือสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ยังจ่ายต่อหลังเกษียณ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับอิสรภาพทางการเงิน

ทำให้แผนเกษียณเดินได้จริง

  • ออมก่อนใช้ ธปท. แนะนำให้กันรายรับส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน การตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนเข้าช่วยให้ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกเดือน
  • แยกเงินสำรองฉุกเฉินไว้ต่างหาก ถ้าไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน เรื่องไม่คาดคิดครั้งเดียวอาจทำให้ต้องถอนเงินเกษียณมาใช้ก่อนเวลา
  • ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี ช่องทางออมเพื่อเกษียณบางประเภทได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร
  • ทบทวนอย่างน้อยทุก 6 เดือน ตามที่ ธปท. แนะนำ และคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือแผนชีวิตเปลี่ยน
  • เพิ่มเงินออมเมื่อรายได้เพิ่ม เริ่มจากจำนวนที่ออมไหว แล้วเพิ่มเมื่อเงินเดือนขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินเท่าไหร่

ขึ้นกับค่าใช้จ่ายที่ต้องการ อายุตอนนี้ และจำนวนปีหลังเกษียณ ในตัวอย่างสมมติของบทความนี้ คนอายุ 40 ที่อยากใช้เดือนละ 20,000 บาทในค่าเงินวันนี้ เงินเฟ้อ 3% ต่อปี และใช้ชีวิตหลังเกษียณ 25 ปี ต้องมีเงินประมาณ 10.84 ล้านบาท ณ วันเกษียณ ตัวเลขของคุณอาจต่างจากนี้มาก

ควรใช้อัตราเงินเฟ้อเท่าไหร่ในการวางแผนเกษียณ

ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน เพราะเงินเฟ้อในอนาคตเปลี่ยนแปลงได้ ตัวอย่างในบทความใช้ 3% ต่อปีเป็นสมมติฐาน ถ้าใช้ 2% ค่าใช้จ่าย 20,000 บาทในอีก 20 ปีจะเทียบเท่าประมาณ 29,719 บาทต่อเดือน ถ้าใช้ 4% จะเทียบเท่าประมาณ 43,822 บาท การลองหลายค่าช่วยให้เห็นช่วงของเงินที่ต้องเตรียม

เริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุ 40 ยังทันไหม

ทัน แต่ต้องออมต่อเดือนมากกว่าคนที่เริ่มเร็วกว่า เพราะผลตอบแทนมีเวลาทบต้นน้อยลง ในตัวอย่างของบทความ การลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณหรือเลื่อนอายุเกษียณช่วยลดเงินออมต่อเดือนได้ชัดเจน เริ่มจากจำนวนที่ออมไหวจริง แล้วเพิ่มเมื่อรายได้เพิ่ม

นับประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้าไปในแผนเกษียณได้ไหม

ได้ ถ้าคุณมีสิทธิ ควรนับรวมด้วย ถ้าเป็นเงินก้อนให้หักออกจากเงินก้อนที่ต้องมี ถ้าเป็นเงินรายเดือนให้หักออกจากค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ จำนวนเงินขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละคน จึงควรตรวจสอบยอดกับสำนักงานประกันสังคมหรือกองทุนโดยตรง

ควรทบทวนแผนเกษียณบ่อยแค่ไหน

ธปท. แนะนำให้ตรวจสอบแผนการเงินอย่างน้อยทุก 6 เดือนว่าเป็นไปตามที่วางไว้หรือไม่ นอกจากนี้ควรคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือแผนชีวิตเปลี่ยน เช่น เปลี่ยนงานหรือมีบุตร การทบทวนสม่ำเสมอทำให้รู้ตัวเร็วถ้าเริ่มตามหลังแผน

ออมเพื่อเกษียณแล้วลดหย่อนภาษีได้ไหม

มีช่องทางออมเพื่อเกษียณบางประเภทที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่วงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกันและอาจเปลี่ยนตามประกาศของรัฐ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ และเลือกตามเป้าหมายเกษียณเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะสิทธิลดหย่อนอย่างเดียว

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

แบม

เขียนโดย

แบม

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน

อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?

เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มเส้นทางการเงินของฉัน

WealthyBam

เข้าใจชีวิต เข้าใจเงิน แล้วค่อยเลือกก้าวต่อไปของคุณ

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เป็นความรู้ทางการเงินเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล

นโยบายความเป็นส่วนตัว