บริหารเงินในชีวิตจริง
เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่ เก็บไว้ที่ไหนดี
โดย แบมเผยแพร่ อ่านประมาณ 9 นาที
สรุปสั้น
เงินสำรองฉุกเฉินควรมี 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นรวมกับค่างวดหนี้ต่อเดือน ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้ารายได้ไม่แน่นอนหรือคุณเป็นคนหารายได้หลักคนเดียวของบ้าน ควรค่อนไปทางปลายบนหรือมากกว่านั้น ให้เก็บไว้ในที่ที่ถอนได้เร็วและความเสี่ยงต่ำ เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ หรือกองทุนรวมตลาดเงิน และแยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ

เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) คืออะไร
เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินก้อนที่กันไว้ใช้เฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ที่ทำให้รายได้หายไปหรือต้องจ่ายเงินก้อนกะทันหัน เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือรถเสียจนไปทำงานไม่ได้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า emergency fund
หน้าที่ของเงินก้อนนี้ไม่ใช่การสร้างผลตอบแทน แต่คือการซื้อเวลา ให้คุณยังจ่ายค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่างวดได้ตามปกติ โดยไม่ต้องรูดบัตรหรือกู้เพิ่ม ในลำดับของการบริหารเงินส่วนบุคคล เงินก้อนนี้จึงมาก่อนการลงทุน
เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่ กี่เดือน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำให้มีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน ประโยคนี้มีสองจุดที่มักถูกมองข้าม
- ฐานคือรายจ่าย ไม่ใช่รายได้ และเป็นรายจ่ายที่ยังต้องจ่ายแม้รายได้หยุด เช่น ค่าที่พัก อาหาร ค่าน้ำไฟ ค่าเดินทาง เบี้ยประกัน และค่าใช้จ่ายของคนที่คุณดูแล ส่วนการกินเที่ยวตัดได้ จึงไม่ต้องนับ
- ต้องรวมค่างวดหนี้ด้วย คำแนะนำหลายแห่งพูดแค่ "3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย" แต่ค่างวดบ้าน รถ หรือบัตรเครดิต ไม่ได้หยุดตามรายได้ ถ้าไม่นับไว้ เงินสำรองจะหมดเร็วกว่าที่คิด
เงินสำรองฉุกเฉินคิดจากรายจ่ายหรือรายได้
คิดจากรายจ่าย ลองดูว่าวิธีคิดต่างกันทำให้เป้าหมายต่างกันแค่ไหน
ตัวอย่าง (สมมติ) คำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน
สมมติคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท และมีรายจ่ายต่อเดือนดังนี้
| รายการ | ต่อเดือน |
|---|---|
| ค่าเช่าที่พัก | 6,000 บาท |
| อาหาร | 5,000 บาท |
| ค่าเดินทาง | 2,000 บาท |
| ค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต | 1,500 บาท |
| เบี้ยประกันและของใช้จำเป็น | 1,500 บาท |
| รวมรายจ่ายจำเป็น | 16,000 บาท |
| ค่างวดรถจักรยานยนต์ | 2,500 บาท |
| ค่างวดผ่อนสินค้า | 1,500 บาท |
| รวมค่างวดหนี้ | 4,000 บาท |
| รายจ่ายจำเป็นและค่างวดหนี้ | 20,000 บาท |
| วิธีคิด | ฐานต่อเดือน | 3 เท่า | 6 เท่า |
|---|---|---|---|
| ตามแนวทาง ธปท. (รายจ่ายจำเป็น + ค่างวดหนี้) | 20,000 บาท | 60,000 บาท | 120,000 บาท |
| ลืมนับค่างวดหนี้ | 16,000 บาท | 48,000 บาท | 96,000 บาท |
| คิดจากรายได้ | 30,000 บาท | 90,000 บาท | 180,000 บาท |
ถ้าลืมนับค่างวดหนี้ เป้าหมายจะขาดไป 12,000–24,000 บาท ซึ่งเท่ากับค่างวด 3–6 เดือนพอดี ส่วนการคิดจากรายได้ไม่ผิด แต่ตั้งเป้าสูงกว่าที่ต้องใช้จริง และอาจทำให้เป้าหมายอื่นต้องเลื่อนออกไป
ใครควรมีเงินสำรองฉุกเฉินมากกว่า 6 เท่า
ส่วนนี้เป็นการใช้เหตุผลประกอบ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ คำถามที่ช่วยตัดสินใจคือ ถ้ารายได้หยุดวันนี้ จะนานแค่ไหนกว่ารายได้จะกลับมา และมีใครช่วยรับภาระได้บ้าง
| ปัจจัย | ค่อนไปทาง 3 เท่า | ค่อนไปทาง 6 เท่าหรือมากกว่า |
|---|---|---|
| ความสม่ำเสมอของรายได้ | เงินเดือนประจำ | ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ ค่าคอมมิชชัน |
| คนหารายได้ในบ้าน | สองคนขึ้นไป | คนเดียว |
| คนที่ต้องดูแล | ไม่มี | มีลูกหรือพ่อแม่ที่พึ่งพิงรายได้ของคุณ |
| การหางานใหม่ | หางานได้เร็ว | สายงานเฉพาะทาง หางานได้ยาก |
| ความคุ้มครองสุขภาพ | มีสวัสดิการหรือประกันที่ครอบคลุม | มีน้อยหรือไม่มี |
ยิ่งตรงกับคอลัมน์ขวาหลายข้อ ยิ่งควรตั้งเป้าที่ปลายบนหรือมากกว่า 6 เท่า ถ้าตรงกับคอลัมน์กลางเกือบทุกข้อ เริ่มที่ 3 เท่าก็สมเหตุสมผล
คนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินพอไหม
ผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทย ปี 2567 ที่ ธปท. ทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ จากกลุ่มตัวอย่าง 12,558 คน อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าร้อยละ 91.5 มีการออม และร้อยละ 77.6 มีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน แต่มีเพียงร้อยละ 23.7 ที่มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินพอใช้ได้ 6 เดือนขึ้นไป และร้อยละ 81.5 ยังออมในรูปแบบเงินสดเท่านั้น
คนส่วนใหญ่เริ่มเก็บแล้ว แต่มีเพียงส่วนน้อยที่มีพอใช้ได้ 6 เดือนขึ้นไป ถ้าคุณยังไปไม่ถึง ขั้นตอนด้านล่างช่วยให้ขยับต่อได้ทีละน้อย
อะไรนับเป็นเหตุฉุกเฉิน
ถามตัวเองสามข้อ จำเป็นจริงไหม รอไม่ได้ใช่ไหม และไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้าใช่ไหม ถ้าใช่ครบ จึงนับเป็นเหตุฉุกเฉิน
| นับเป็นเหตุฉุกเฉิน | ไม่นับ (ควรมีเงินก้อนอื่นรองรับ) |
|---|---|
| ตกงานหรือรายได้หายไปกะทันหัน | ของลดราคาที่กำลังจะหมดเขต |
| เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุในส่วนที่ประกันไม่จ่าย | ทริปท่องเที่ยว งานแต่งงานเพื่อน |
| รถหรืออุปกรณ์ทำงานเสียจนกระทบการหารายได้ | เปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ |
| คนในครอบครัวที่คุณดูแลเจ็บป่วยกะทันหัน | ค่าเทอม ภาษี หรือเบี้ยประกันรายปีที่รู้กำหนดล่วงหน้า |
รายจ่ายที่รู้ล่วงหน้าควรมีเงินเก็บแยกของมันเอง ตัวอย่าง (สมมติ) เบี้ยประกันปีละ 12,000 บาท ให้กันไว้เดือนละ 1,000 บาท (12,000 ÷ 12) เมื่อถึงกำหนดจะได้ไม่ต้องแตะเงินสำรองฉุกเฉิน
เก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ที่ไหนดี
ที่เก็บที่ดีต้อง ถอนได้เร็ว มีความเสี่ยงต่ำ และ แยกจากบัญชีใช้จ่าย ที่ผูกกับบัตรหรือแอปที่ใช้ทุกวัน ส่วนผลตอบแทนมาเป็นลำดับสุดท้าย ได้ดอกเบี้ยเพิ่มอีกนิดก็ดี แต่ไม่ควรแลกกับความเร็วหรือความปลอดภัยของเงินก้อนนี้
| ที่เก็บ | ได้เงินเร็วแค่ไหน | ความเสี่ยงต่อเงินต้น | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ | ถอนได้ทันที | ต่ำมาก อยู่ในความคุ้มครองเงินฝาก | เหมาะกับส่วนที่อาจต้องใช้ทันที |
| บัญชีเงินฝากประจำ | ถอนก่อนครบกำหนดได้ แต่อาจได้ดอกเบี้ยน้อยลง | ต่ำมาก อยู่ในความคุ้มครองเงินฝาก | เหมาะกับส่วนที่ไม่น่าจะต้องใช้ทันที |
| กองทุนรวมตลาดเงิน | ต้องรอรับเงินตามรอบการขายคืน | ต่ำ แต่ไม่ใช่เงินฝาก มูลค่าขึ้นลงได้เล็กน้อย | ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้น อ่านหนังสือชี้ชวนก่อน |
ตามข้อมูลของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำอยู่ในความคุ้มครอง วงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝาก 1 รายต่อสถาบันการเงิน 1 แห่ง ส่วนเงินลงทุนในตราสาร เช่น หุ้นกู้และหน่วยลงทุน รวมถึงเงินฝากในสหกรณ์ ไม่อยู่ในความคุ้มครองนี้
วิธีจัดที่ใช้ได้จริงคือแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกประมาณ 1 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและค่างวดหนี้ เก็บในบัญชีออมทรัพย์ ส่วนที่เหลือเก็บในเงินฝากประจำหรือกองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งรอรับเงินอีกไม่กี่วันได้ เพราะมีชั้นแรกรองรับอยู่แล้ว
ที่ไม่ควรใช้เก็บเงินก้อนนี้คือสินทรัพย์ที่ราคาขึ้นลงมาก เช่น หุ้น ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะวันที่ต้องใช้อาจเป็นวันที่ราคาตก และผลิตภัณฑ์ที่มีเงื่อนไขถือครองระยะยาว เช่น กองทุนลดหย่อนภาษีหรือประกันแบบออมทรัพย์ ซึ่งถอนก่อนกำหนดอาจเสียสิทธิหรือได้คืนน้อยกว่าที่จ่าย
เริ่มเก็บเงินสำรองฉุกเฉินจากศูนย์อย่างไร
- รวมรายจ่ายจำเป็นและค่างวดหนี้ต่อเดือน ถ้ายังไม่รู้ตัวเลข เริ่มจากทำงบการเงินส่วนบุคคล
- ตั้งเป้าแรกให้เล็กพอทำได้ เริ่มที่ 1 เท่าก่อน
- เปิดบัญชีแยกและตั้งโอนอัตโนมัติ ในวันที่เงินเดือนเข้า ตามหลักออมก่อนใช้
- เติมด้วยเงินพิเศษ เช่น โบนัส เงินคืนภาษี หรือรายได้เสริม
- ถ้ามีหนี้ดอกเบี้ยสูง จ่ายค่างวดให้ตรงเวลาและเก็บให้ถึงเป้าแรกก่อน แล้วจึงแบ่งเงินไปเร่งปิดหนี้ควบคู่กับเก็บต่อ
ตัวอย่าง (สมมติ) ต้องใช้เวลาเก็บนานแค่ไหน
ต่อจากตัวอย่างเดิม ฐานต่อเดือนคือ 20,000 บาท ถ้าเก็บได้เดือนละ 3,000 บาท
| เป้าหมาย | จำนวนเงิน | เวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| 1 เท่า | 20,000 บาท | 7 เดือน (6 เดือนได้ 18,000 บาท ยังไม่ถึง) |
| 3 เท่า | 60,000 บาท | 20 เดือน |
| 6 เท่า | 120,000 บาท | 40 เดือน |
ถ้านำโบนัส 10,000 บาทมาเติมระหว่างทาง เป้า 3 เท่าจะเร็วขึ้นเป็น 17 เดือน (17 × 3,000 = 51,000 บาท รวมโบนัสเป็น 61,000 บาท) อยากเห็นเงินก้อนนี้ในแผนทั้งหมดของคุณ ลองใช้ ตัววางแผนการเงิน
ใช้เงินสำรองไปแล้ว เติมกลับอย่างไร
การใช้เงินสำรองกับเหตุที่ควรใช้ไม่ใช่ความล้มเหลว เงินก้อนนี้แค่ได้ทำหน้าที่ของมัน สิ่งที่ต้องทำต่อคือเติมกลับ
- หยุดถอนเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย และให้การเติมกลับมาก่อนเป้าหมายที่ไม่เร่งด่วน เช่น ลดก้อนใช้ตามใจลงชั่วคราว
- ตั้งแผนเติมเป็นตัวเลข ตัวอย่าง (สมมติ) ใช้ไป 30,000 บาท เติมเดือนละ 5,000 บาท จะกลับมาเต็มใน 6 เดือน (30,000 ÷ 5,000)
- ดูสาเหตุ ถ้าเป็นเรื่องที่มักเกิดซ้ำ เช่น รถเก่าที่เสียบ่อย ให้ตั้งเงินก้อนแยกไว้
- ปรับเป้าเมื่อชีวิตเปลี่ยน เช่น ย้ายที่อยู่ มีลูก หรือมีค่างวดใหม่ ซึ่งทำให้ฐานการคำนวณเปลี่ยนตาม
คำถามที่พบบ่อย
เงินสำรองฉุกเฉินคิดจากรายได้หรือรายจ่าย
คิดจากรายจ่าย ธปท. แนะนำให้มี 3–6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นรวมกับภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน เพราะเงินก้อนนี้มีไว้จ่ายสิ่งที่ยังต้องจ่ายเมื่อรายได้หยุด การคิดจากรายได้ทำให้เป้าหมายสูงเกินที่ต้องใช้จริง
เงินเดือนน้อย ควรเริ่มเก็บเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร
เริ่มจากเป้า 1 เท่าของรายจ่ายจำเป็นและค่างวดหนี้ต่อเดือน แล้วค่อยขยายไป 3 เท่าและ 6 เท่า จำนวนต่อเดือนไม่ต้องมาก แต่ควรตั้งโอนอัตโนมัติทุกครั้งที่เงินเข้า เพราะช่วงแรกความสม่ำเสมอสำคัญกว่ายอดเงิน
ฟรีแลนซ์ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินกี่เดือน
ธปท. ไม่ได้กำหนดตัวเลขแยกสำหรับฟรีแลนซ์ แต่เพราะรายได้ขึ้นลงและไม่มีเงินเดือนประจำ จึงมีเหตุผลที่จะตั้งเป้าที่ปลายบนของช่วง 3–6 เท่าหรือมากกว่า ลองใช้ระยะเวลาที่งานน้อยที่สุดในอดีตเป็นแนวในการตั้งเป้า
เก็บเงินสำรองฉุกเฉินในกองทุนรวมตลาดเงินได้ไหม
ได้ สำหรับส่วนที่ไม่ต้องใช้ภายในวันเดียว เพราะกองทุนรวมตลาดเงินลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นซึ่งผันผวนต่ำ แต่มันไม่ใช่เงินฝาก จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และต้องรอรับเงินตามรอบการขายคืน
ใช้บัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อแทนเงินสำรองฉุกเฉินได้ไหม
ไม่ควรใช้แทน เพราะเป็นการกู้ที่ต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย และค่างวดที่เพิ่มขึ้นจะมาในช่วงที่รายได้อาจยังไม่กลับมา วงเงินเหล่านี้เป็นทางเลือกสุดท้ายได้ แต่ไม่ใช่เงินสำรองฉุกเฉิน
เงินสำรองฉุกเฉินกับเงินออมเพื่อเป้าหมายต่างกันอย่างไร
เงินสำรองฉุกเฉินมีไว้รองรับเหตุไม่คาดคิด จึงต้องถอนได้เร็วและเสี่ยงต่ำ ส่วนเงินออมเพื่อเป้าหมาย เช่น ซื้อบ้านหรือเกษียณ มีกำหนดเวลาชัด จึงเลือกเครื่องมือตามระยะเวลาได้ (อ่านต่อใน เป้าหมายทางการเงิน) แยกสองก้อนไว้ เงินเป้าหมายจะไม่ถูกดึงมาใช้ และเงินสำรองจะไม่ถูกนำไปเสี่ยง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน
อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?
เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน
เริ่มเส้นทางการเงินของฉันอ่านต่อ
- การบริหารเงินส่วนบุคคล เริ่มอย่างไร (สูตร 50/30/20 และวิธีแบ่งเงินที่ใช้ได้จริง)การบริหารเงินคือการกำหนดหน้าที่ให้เงินทุกบาทที่เข้ามา ก่อนที่มันจะถูกใช้หมดไปเอง เริ่มได้ด้วย 6 ขั้น คือ รู้ว่าเงินไปไหน ออมก่อนใช้ แยกบัญชีตามหน้าที่ คุมค่างวดหนี้ไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน แล้วจึงลงทุน สูตร 50/30/20 เป็นจุดตั้งต้นที่ดี แต่ถ้ารายได้ยังตึง ให้ปรับสัดส่วนโดยรักษาก้อนออมไว้ก่อนเสมอ
- เกม Cashflow คืออะไร? บอร์ดเกมการเงินของ Robert Kiyosaki เล่นอย่างไร ได้อะไรCASHFLOW คือบอร์ดเกมการเงินที่ Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูกสร้างขึ้นในปี 1996 ระหว่างเล่น ทุกคนต้องกรอกงบการเงินของตัวเอง และจะออกจาก Rat Race ได้เมื่อรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม จึงเป็นสนามฝึกอ่านกระแสเงินสด (cashflow) ของตัวเองโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
- Cashflow Club Thailand คืออะไร เล่นเกม Cashflow ที่ไหน ได้อะไรCashflow Club Thailand คือชุมชนการเรียนรู้เรื่องเงินในไทยที่ใช้บอร์ดเกม CASHFLOW ของ Robert Kiyosaki เป็นเครื่องมือสอน ผู้เข้าร่วมเล่นเกมเป็นวง กรอกงบการเงินของตัวเองระหว่างเล่น แล้วสรุปบทเรียนร่วมกันหลังเกม แบมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder)