ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Cashflow และแนวคิดพ่อรวยสอนลูก

งบการเงินส่วนบุคคลคืออะไร ทำอย่างไร พร้อมตัวอย่างงบดุลและงบกระแสเงินสด

โดย เผยแพร่ อ่านประมาณ 7 นาที

สรุปสั้น

งบการเงินส่วนบุคคลคือเอกสารสรุปฐานะการเงินของตัวเอง มีสองส่วนหลัก งบดุลบอกว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน และทรัพย์สินสุทธิเท่าไร ณ วันหนึ่ง ส่วนงบกระแสเงินสดบอกว่าแต่ละเดือนเงินไหลเข้าและออกเท่าไร อ่านคู่กันแล้วจะเห็นว่าเงินรั่วตรงไหน และใกล้อิสรภาพทางการเงินแค่ไหน

งบการเงินส่วนบุคคลคืออะไร

งบการเงินส่วนบุคคล คือเอกสารที่สรุปฐานะการเงินของคนหนึ่งคน เหมือนงบการเงินของบริษัทแต่ใช้กับชีวิตเรา ประกอบด้วยสองงบที่ต้องอ่านคู่กัน

  • งบดุลส่วนบุคคล (Personal Balance Sheet) ภาพ ณ วันใดวันหนึ่ง ว่ามีสินทรัพย์อะไร มีหนี้สินอะไร และเหลือทรัพย์สินสุทธิเท่าไร
  • งบกระแสเงินสดส่วนบุคคล หรืองบรายรับรายจ่าย ภาพของช่วงเวลา เช่น หนึ่งเดือน ว่าเงินไหลเข้าจากไหน ไหลออกไปที่ไหน และเหลือเท่าไร

ธนาคารแห่งประเทศไทยวางขั้นแรกของการวางแผนการเงินไว้ที่ การประเมินฐานะการเงิน และงบการเงินส่วนบุคคลคือเครื่องมือของขั้นนี้ ก่อนตั้งเป้าหมายหรือเลือกการลงทุนใด ๆ ควรรู้ตัวเลขชุดนี้ของตัวเองก่อน

กระแสเงินสด (Cashflow) คืออะไร

กระแสเงินสด หรือ cashflow คือเงินสดที่ไหลเข้าหักด้วยเงินสดที่ไหลออกในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้าเป็นบวก แปลว่ามีเงินเหลือ ถ้าเป็นลบ แปลว่ากำลังใช้เงินเก็บหรือก่อหนี้เพิ่มเพื่อจ่ายรายจ่าย

กระแสเงินสดต่างจากความมั่งคั่ง คนที่มีทรัพย์สินมากอาจมีกระแสเงินสดติดลบ ถ้าทรัพย์สินนั้นไม่สร้างรายได้แต่มีค่าผ่อนทุกเดือน ส่วนคนที่ทรัพย์สินไม่มากแต่รายจ่ายต่ำ อาจมีกระแสเงินสดเป็นบวกทุกเดือน แนวคิดนี้คือหัวใจของ เกม Cashflow และหนังสือพ่อรวยสอนลูก

ส่วนที่ 1: งบดุลส่วนบุคคล

งบดุลแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือ สินทรัพย์ ทุกอย่างที่มีมูลค่า โดยใช้มูลค่าที่ขายได้จริงวันนี้ ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมา อีกฝั่งคือ หนี้สิน ยอดหนี้คงเหลือทุกก้อน

สินทรัพย์ตัวอย่าง
สินทรัพย์สภาพคล่องเงินสด เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำระยะสั้น
สินทรัพย์เพื่อการลงทุนกองทุนรวม หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า
สินทรัพย์ใช้ส่วนตัวบ้านที่อยู่เอง รถยนต์ เครื่องประดับ
หนี้สินตัวอย่าง
หนี้ระยะสั้นยอดค้างบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
หนี้ระยะยาวสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ เงินกู้การศึกษา

จากนั้นคำนวณทรัพย์สินสุทธิ ตามสูตรเดียวกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ (ธปท. เรียกตัวเลขนี้ว่าความมั่งคั่งสุทธิ)

ตัวอย่างงบดุล (สมมติ)

รายการจำนวน (บาท)
เงินฝากออมทรัพย์60,000
กองทุนรวม80,000
หุ้นที่จ่ายเงินปันผล50,000
รถยนต์ (มูลค่าที่ขายได้วันนี้)400,000
สินทรัพย์รวม590,000
ยอดค้างบัตรเครดิต20,000
สินเชื่อรถยนต์คงเหลือ300,000
หนี้สินรวม320,000
ทรัพย์สินสุทธิ270,000

ส่วนที่ 2: งบกระแสเงินสดส่วนบุคคล

งบนี้ตอบคำถามว่า แต่ละเดือนเงินเข้าเท่าไร ออกเท่าไร ควรแยกรายได้ตามที่มา เพราะรายได้จากการทำงานกับ รายได้จากทรัพย์สิน มีความหมายต่างกันมาก

ตัวอย่างงบกระแสเงินสดรายเดือน (สมมติ คนเดียวกับงบดุลข้างบน)

รายการจำนวน (บาท/เดือน)
เงินเดือนสุทธิ (หลังหักภาษีและประกันสังคม)32,000
เงินปันผล (เฉลี่ยต่อเดือน)250
รายได้รวม32,250
ค่าเช่าที่พัก8,000
อาหาร7,000
เดินทางและน้ำมัน3,000
ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต900
ค่าผ่อนรถยนต์8,500
ผ่อนชำระบัตรเครดิต2,000
ช้อปปิ้งและสังสรรค์2,000
รายจ่ายรวม31,400
กระแสเงินสดสุทธิ850

อ่านสองงบคู่กัน แบบพ่อรวยสอนลูก

The Rich Dad Company อธิบายว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลขช่องใดช่องหนึ่ง แต่คือ ความสัมพันธ์ระหว่างงบดุลกับงบรายได้ ลองดูตัวอย่างข้างบน

  • สินเชื่อรถ 300,000 บาท ในงบดุล กลายเป็น ค่าผ่อน 8,500 บาท ในงบกระแสเงินสด หนี้สินก้อนเดียวกินรายได้ไปกว่าหนึ่งในสี่
  • หุ้นปันผล 50,000 บาท ในงบดุล ส่ง เงินปันผลเฉลี่ย 250 บาท เข้างบกระแสเงินสด นี่คือสินทรัพย์ในความหมายของ Kiyosaki เพราะทำให้เงินไหลเข้า
  • ทรัพย์สินสุทธิ 270,000 บาท ดูไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ผูกอยู่กับรถที่มูลค่าลดลงทุกปี และเงินเหลือต่อเดือนมีแค่ 850 บาท

นี่คือเหตุผลที่ต้องดูทั้งสองงบ งบดุลอย่างเดียวอาจทำให้รู้สึกว่าฐานะดี ทั้งที่กระแสเงินสดตึงมาก ส่วนเรื่องว่าอะไรนับเป็นสินทรัพย์หรือหนี้สิน อ่านต่อได้ที่ สินทรัพย์กับหนี้สินต่างกันอย่างไร

อัตราส่วนที่ควรดูหลังทำงบเสร็จ

อัตราส่วนวิธีคิดเกณฑ์อ้างอิงตัวอย่างข้างบน
เงินสำรองฉุกเฉินสินทรัพย์สภาพคล่อง ÷ (รายจ่ายจำเป็น + ค่าผ่อนหนี้ต่อเดือน)3–6 เท่า (ธปท.)60,000 ÷ 29,400 ≈ 2.0 เท่า ต่ำกว่าเกณฑ์
ภาระหนี้ค่าผ่อนหนี้ต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 1 ใน 3 (ธปท.)10,500 ÷ 32,250 ≈ 32.6% ชนเพดาน
รายได้จากทรัพย์สินต่อรายจ่ายรายได้จากทรัพย์สิน ÷ รายจ่ายรวมจุดเช็ก 25% 50% 100% (Rich Dad)250 ÷ 31,400 ≈ 0.8%

ในตัวอย่างนี้ รายจ่ายจำเป็นคือค่าที่พัก อาหาร เดินทาง และค่าโทรศัพท์ รวม 18,900 บาท บวกค่าผ่อนรถและบัตรเครดิต 10,500 บาท เป็น 29,400 บาท ตามเกณฑ์ 3 เท่า ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 88,200 บาท ยังขาดอีก 28,200 บาท และด้วยเงินเหลือเดือนละ 850 บาท ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ปีจึงจะครบ

ตัวเลขชุดนี้บอกชัดว่าเรื่องแรกที่ควรทำไม่ใช่การลงทุนเพิ่ม แต่คือเพิ่มเงินเหลือแต่ละเดือน เช่น ปิดหนี้บัตรเครดิตให้หมด หรือทบทวนรายจ่ายประจำ อ่านวิธีสร้างเงินสำรองได้ที่ เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่

5 ขั้นทำงบการเงินส่วนบุคคลของตัวเอง

  1. รวบรวมตัวเลขจริง ใช้สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี และใบแจ้งยอดบัตรเครดิตย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อให้ได้รายจ่ายเฉลี่ยที่ใกล้ความจริง
  2. ทำงบดุล ลิสต์สินทรัพย์ด้วยมูลค่าที่ขายได้วันนี้ และหนี้ทุกก้อนด้วยยอดคงเหลือ แล้วคำนวณทรัพย์สินสุทธิ
  3. ทำงบกระแสเงินสดรายเดือน แยกรายได้จากการทำงานกับรายได้จากทรัพย์สิน แยกรายจ่ายจำเป็น ค่าผ่อนหนี้ และรายจ่ายตามใจ
  4. คำนวณอัตราส่วน ตามตารางข้างบน แล้วดูว่าตัวไหนต่ำกว่าเกณฑ์
  5. ทำซ้ำเป็นรอบ งบกระแสเงินสดควรดูทุกเดือน ส่วนงบดุลทำทุก 6–12 เดือน หรือเมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน เปลี่ยนงาน

ถ้าไม่อยากเริ่มจากตารางเปล่า ลองใช้ เครื่องมือการเงิน 4 ขั้น ซึ่งพาตอบคำถามทีละข้อแล้วสรุปภาพรวมการเงินให้ หรือใช้แอป Happy Money ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยจดรายรับรายจ่ายก็ได้

คำถามที่พบบ่อย

งบการเงินส่วนบุคคลประกอบด้วยอะไรบ้าง

ประกอบด้วยงบดุลส่วนบุคคล ซึ่งแสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และทรัพย์สินสุทธิ ณ วันหนึ่ง กับงบกระแสเงินสดหรืองบรายรับรายจ่าย ซึ่งแสดงเงินที่ไหลเข้าและออกในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ต่อเดือน สองงบนี้ควรอ่านคู่กันเสมอ

ทรัพย์สินสุทธิคำนวณอย่างไร

ทรัพย์สินสุทธิเท่ากับสินทรัพย์ทั้งหมดลบด้วยหนี้สินทั้งหมด โดยสินทรัพย์ให้ใช้มูลค่าที่ขายได้จริงวันนี้ ถ้าผลเป็นบวก แปลว่าถ้าขายทุกอย่างแล้วใช้หนี้หมด จะยังเหลือเงิน ถ้าติดลบ แปลว่าหนี้มากกว่าสิ่งที่มี

ควรทำงบการเงินส่วนบุคคลบ่อยแค่ไหน

งบกระแสเงินสดควรดูทุกเดือน เพราะเปลี่ยนเร็วและเป็นตัวบอกว่าเงินรั่วตรงไหน ส่วนงบดุลทำทุก 6–12 เดือนก็พอ หรือทำใหม่เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือรายได้เปลี่ยนมาก

ทำงบการเงินส่วนบุคคลด้วย Excel ได้ไหม

ได้ ใช้ตารางสองแผ่น แผ่นหนึ่งเป็นงบดุล อีกแผ่นเป็นงบกระแสเงินสดรายเดือน ตามหัวข้อในบทความนี้ ข้อสำคัญคือใช้ตัวเลขจริงจากรายการเดินบัญชี ไม่ใช่ตัวเลขที่ประมาณจากความรู้สึก

ทำไมทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น แต่เงินยังไม่พอใช้

เพราะทรัพย์สินสุทธิกับกระแสเงินสดวัดคนละเรื่อง ทรัพย์สินที่มูลค่าเพิ่มอาจไม่สร้างรายได้ระหว่างทาง แต่มีค่าผ่อนหรือค่าดูแลทุกเดือน ถ้ารู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ให้ดูงบกระแสเงินสดเป็นหลัก

งบการเงินส่วนบุคคลต่างจากงบการเงินบริษัทอย่างไร

หลักคิดเหมือนกัน คือมีสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และรายจ่าย แต่งบส่วนบุคคลไม่ต้องทำตามมาตรฐานบัญชี และไม่มีใครตรวจสอบ จึงยืดหยุ่นกว่า เป้าหมายคือช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องเงินของตัวเองได้ดีขึ้น

แหล่งอ้างอิง

CASHFLOW® และ Rich Dad® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CASHFLOW Technologies, Inc. บทความนี้เขียนเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เนื้อหาทางการของ The Rich Dad Company

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

แบม

เขียนโดย

แบม

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน

อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?

เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มเส้นทางการเงินของฉัน

WealthyBam

เข้าใจชีวิต เข้าใจเงิน แล้วค่อยเลือกก้าวต่อไปของคุณ

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เป็นความรู้ทางการเงินเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล

นโยบายความเป็นส่วนตัว