ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Cashflow และแนวคิดพ่อรวยสอนลูก

รายได้จากทรัพย์สิน (Passive Income) คืออะไร มีอะไรบ้าง ต้องมีทุนเท่าไหร่

โดย เผยแพร่ อ่านประมาณ 6 นาที

สรุปสั้น

รายได้จากทรัพย์สิน หรือ passive income คือรายได้ที่ไหลเข้าจากสินทรัพย์ เช่น ค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ย หรือกำไรจากธุรกิจที่เดินได้เอง โดยไม่ต้องแลกด้วยชั่วโมงทำงานของเราทุกครั้ง ต่างจากรายได้จากการทำงาน (active income) ที่หยุดเมื่อเราหยุดทำงาน แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องลงแรงเลย และเกือบทุกแบบต้องใช้ทุนหรือเวลาสร้างก่อน

รายได้จากทรัพย์สิน (Passive Income) คืออะไร

รายได้จากทรัพย์สิน หรือ passive income คือรายได้ที่ไหลเข้าจากสินทรัพย์ที่เรามี โดยไม่ต้องแลกด้วยชั่วโมงทำงานของเราทุกครั้ง The Rich Dad Company นิยามว่ามาจากสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด เช่น อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า หุ้นที่จ่ายเงินปันผล หรือธุรกิจที่มีกำไร และจุดเด่นคือยังจ่ายอยู่แม้เจ้าของไม่ได้ทำงาน

แนวคิดนี้คือหัวใจของ อิสรภาพทางการเงิน ในแบบของ Robert Kiyosaki เมื่อรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่าย ก็ไม่ต้องพึ่งเงินเดือนในการใช้ชีวิตอีกต่อไป ซึ่งในเกม CASHFLOW ก็คือเงื่อนไขการออกจาก Rat Race

รายได้ 3 แบบ: active, portfolio และ passive

ประเภทมาจากตัวอย่างหยุดทำงานแล้วยังได้ไหม
รายได้จากการทำงาน (earned หรือ active income)แรงและเวลาของเราเงินเดือน ค่าจ้างฟรีแลนซ์ไม่ได้
รายได้จากพอร์ตลงทุน (portfolio income)กำไรจากการขายสินทรัพย์ได้ราคาสูงกว่าที่ซื้อกำไรจากขายหุ้นหรือขายคอนโดได้เฉพาะตอนขาย
รายได้จากทรัพย์สิน (passive income)สินทรัพย์ที่ส่งเงินเข้าต่อเนื่องค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ยได้

ความต่างระหว่างกำไรจากการขาย (portfolio) กับรายได้จากทรัพย์สิน (passive) สำคัญมาก กำไรจากการขายได้ครั้งเดียวแล้วสินทรัพย์ก็หายไป ส่วนรายได้จากทรัพย์สินได้ซ้ำทุกเดือนหรือทุกปีโดยสินทรัพย์ยังอยู่ ใครที่อยากหลุดจาก Rat Race จึงต้องดูที่รายได้จากทรัพย์สินเป็นหลัก

ครัวเรือนไทยมีรายได้จากทรัพย์สินแค่ไหน

ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จาก 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่า

  • รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ 28,308 บาทต่อเดือน
  • เป็นรายได้จากการทำงาน 19,486 บาท หรือราว 68.8%
  • รายได้ไม่ประจำและจากทรัพย์สินรวมกันเพียง 484 บาท หรือราว 1.7%

ตัวเลขนี้บอกว่า สำหรับครัวเรือนไทยโดยเฉลี่ย รายได้เกือบทั้งหมดยังต้องพึ่งการทำงานและเงินช่วยเหลือ การมีรายได้จากทรัพย์สินแม้เพียงไม่กี่พันบาทต่อเดือน จึงถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เริ่มสร้างฝั่งขวาของ เงินสี่ด้าน แล้ว

รายได้จากทรัพย์สิน (passive income) มีอะไรบ้าง

แบบต้องใช้อะไรสร้างความเสี่ยงหลักต้องดูแลแค่ไหน
ดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรเงินทุนดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อน้อย
เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุนเงินทุนและความรู้ในการเลือกปันผลลดลงหรืองดจ่าย ราคาหุ้นขึ้นลงปานกลาง
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เงินทุนก้อนใหญ่หรือเงินกู้ห้องว่าง ผู้เช่าค้างค่าเช่า ค่าซ่อม ดอกเบี้ยขึ้นมาก
ค่าลิขสิทธิ์จากผลงาน เช่น หนังสือ คอร์สออนไลน์เวลาและความเชี่ยวชาญผลงานขายไม่ได้ ต้องอัปเดตเนื้อหาช่วงแรกมาก
ธุรกิจที่มีระบบทุน เวลา และทีมธุรกิจขาดทุนช่วงสร้างมากที่สุด

จะเห็นว่าไม่มีแบบไหน "passive" ตั้งแต่วันแรก ทุกแบบต้องลงทุนด้วยเงิน เวลา หรือความรู้ก่อน คำว่า passive หมายถึงหลังจากสร้างเสร็จ รายได้ไม่ต้องพึ่งชั่วโมงทำงานของเราทุกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแลเลย

อยากได้รายได้จากทรัพย์สินเดือนละ 10,000 บาท ต้องมีทุนเท่าไหร่

สูตรคร่าว ๆ คือ ทุนที่ต้องมี = รายได้ต่อปีที่ต้องการ ÷ อัตราผลตอบแทนเป็นเงินสดต่อปี

เดือนละ 10,000 บาท เท่ากับปีละ 120,000 บาท

อัตราผลตอบแทนเป็นเงินสดต่อปี (สมมติ)ทุนที่ต้องมี
3%4,000,000 บาท
4%3,000,000 บาท
5%2,400,000 บาท
6%2,000,000 บาท

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่คาดหวังได้จริง และยังไม่หักภาษีและค่าธรรมเนียม สิ่งที่ตารางบอกคือ รายได้จากทรัพย์สินที่จ่ายค่าครองชีพได้ต้องใช้ทุนมาก และใช้เวลาสะสมหลายปี ใครที่สัญญาว่าจะได้รายได้สูงจากทุนน้อยในเวลาสั้น ควรระวังเป็นพิเศษ

สัญญาณเตือน: ข้อเสนอ "รายได้จากทรัพย์สิน" ที่อาจเป็นกลโกง

คำว่า passive income ถูกใช้เป็นคำโฆษณาของมิจฉาชีพบ่อย ระวังข้อเสนอที่มีลักษณะเหล่านี้

  • การันตีผลตอบแทนสูงต่อเดือน โดยไม่มีความเสี่ยง
  • ได้รายได้จากการชวนคนอื่นมาลงทุนต่อ มากกว่าจากธุรกิจจริง
  • เร่งให้โอนเงินทันที หรือให้โอนเข้าบัญชีบุคคล
  • อธิบายไม่ได้ว่ารายได้มาจากไหน

ธนาคารแห่งประเทศไทยรวบรวมความรู้เรื่องภัยทางการเงินไว้ในหมวดสตางค์ Story ถ้าไม่แน่ใจ ให้หยุดและตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง

เริ่มสร้างรายได้จากทรัพย์สินจากศูนย์

  1. ทำให้มีเงินเหลือทุกเดือน รายได้จากทรัพย์สินต้องเริ่มจากเงินทุน และทุนของคนส่วนใหญ่คือเงินที่เหลือจากรายได้ประจำ ดูวิธีได้ที่ งบการเงินส่วนบุคคล
  2. มีเงินสำรองฉุกเฉินก่อน จะได้ไม่ต้องขายสินทรัพย์ทิ้งเมื่อมีเหตุไม่คาดคิด
  3. ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลมักสูงกว่าผลตอบแทนที่สินทรัพย์ทั่วไปให้ได้
  4. เลือกสินทรัพย์ที่เข้าใจ เข้าใจว่ารายได้มาจากไหน เสี่ยงอะไร และถ้าผิดคาดจะเสียหายแค่ไหน
  5. นำรายได้ที่ได้กลับไปลงทุนต่อ ช่วงแรกรายได้จากทรัพย์สินอาจน้อย การไม่ดึงออกมาใช้ช่วยให้ฐานทุนโตเร็วขึ้น
  6. วัดความคืบหน้า ใช้สัดส่วนรายได้จากทรัพย์สินต่อรายจ่าย เช็กทุกปีว่าขยับจาก 1% ไป 5% 10% หรือ 25% แล้วหรือยัง

คำถามที่พบบ่อย

รายได้จากทรัพย์สิน (passive income) ต่างจากรายได้จากการทำงานอย่างไร

รายได้จากการทำงาน (active income) คือรายได้จากแรงและเวลาของเรา เช่น เงินเดือนและค่าจ้าง ซึ่งหยุดเมื่อเราหยุดทำงาน ส่วน passive income หรือรายได้จากทรัพย์สิน คือรายได้จากสินทรัพย์ เช่น ค่าเช่าและเงินปันผล ซึ่งยังเข้ามาแม้เราไม่ได้ทำงานในเดือนนั้น

รายได้จากทรัพย์สินไม่ต้องทำอะไรเลยจริงไหม

ไม่จริง ทุกแบบต้องใช้เงิน เวลา หรือความรู้สร้างก่อน และส่วนใหญ่ยังต้องดูแลต่อ เช่น หาผู้เช่าใหม่ หรือทบทวนพอร์ตลงทุน คำว่า passive หมายถึงรายได้ไม่ผูกกับชั่วโมงทำงานโดยตรง ไม่ได้แปลว่าไม่มีงาน

อยากได้รายได้จากทรัพย์สิน (passive income) เดือนละ 10,000 บาท ต้องมีเงินเท่าไหร่

ถ้าสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนเป็นเงินสด 4% ต่อปี ต้องมีทุนประมาณ 3,000,000 บาท ถ้า 6% ต่อปี ต้องมีประมาณ 2,000,000 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่หักภาษีและค่าธรรมเนียม และผลตอบแทนจริงไม่แน่นอน

รายได้จากทรัพย์สินต้องเสียภาษีไหม

ส่วนใหญ่ต้องเสีย กฎหมายภาษีของไทยแบ่งเงินได้เป็นหลายประเภท ดอกเบี้ย เงินปันผล และค่าเช่า มีวิธีคิดภาษีต่างกัน ควรตรวจสอบกฎล่าสุดกับกรมสรรพากร ข้อมูลเรื่องภาษีของรายได้แบบนี้ในหนังสือของ Kiyosaki อิงกฎของสหรัฐ ใช้กับไทยตรง ๆ ไม่ได้

มีเงินน้อยเริ่มสร้างรายได้จากทรัพย์สินได้ไหม

ได้ แต่รายได้ช่วงแรกจะน้อยตามทุน สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนเงินตอนเริ่ม คือการมีเงินเหลือลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน และการนำรายได้ที่ได้กลับไปลงทุนต่อ ซึ่งทำให้ฐานทุนค่อย ๆ โตขึ้น

แหล่งอ้างอิง

CASHFLOW® และ Rich Dad® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CASHFLOW Technologies, Inc. บทความนี้เขียนเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เนื้อหาทางการของ The Rich Dad Company

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

แบม

เขียนโดย

แบม

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน

อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?

เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มเส้นทางการเงินของฉัน

WealthyBam

เข้าใจชีวิต เข้าใจเงิน แล้วค่อยเลือกก้าวต่อไปของคุณ

เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เป็นความรู้ทางการเงินเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล

นโยบายความเป็นส่วนตัว