Cashflow และแนวคิดพ่อรวยสอนลูก
เงินสี่ด้าน (Cashflow Quadrant) คืออะไร E S B I ต่างกันอย่างไร คุณอยู่ด้านไหน
โดย แบมเผยแพร่ อ่านประมาณ 6 นาที
สรุปสั้น
เงินสี่ด้าน หรือ Cashflow Quadrant คือแนวคิดของ Robert Kiyosaki ที่แบ่งวิธีหาเงินเป็นสี่แบบ คือ E ลูกจ้าง, S อาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการที่ต้องลงมือเอง, B เจ้าของธุรกิจที่มีระบบ และ I นักลงทุน ฝั่งซ้าย (E, S) ได้เงินจากเวลาและแรงของตัวเอง ฝั่งขวา (B, I) ได้เงินจากระบบและสินทรัพย์

เงินสี่ด้าน (Cashflow Quadrant) คืออะไร
เงินสี่ด้าน คือแนวคิดที่แบ่ง "แหล่งที่มาของรายได้" ออกเป็นสี่ด้าน มาจากหนังสือ Rich Dad's Cashflow Quadrant ของ Robert Kiyosaki ซึ่งเป็นเล่มต่อจาก พ่อรวยสอนลูก ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อว่า พ่อรวยสอนลูก #2 เงินสี่ด้าน จัดพิมพ์โดยซีเอ็ดยูเคชั่น
แผนภาพมีสี่ช่อง แทนด้วยตัวอักษร E S B I
| ด้าน | ย่อมาจาก | ความหมาย | เงินมาจาก |
|---|---|---|---|
| E | Employee | ลูกจ้าง | ทำงานให้คนอื่น แลกเวลากับเงินเดือน |
| S | Self-employed / Small business | อาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการที่ต้องลงมือเอง | ทำงานของตัวเอง ถ้าหยุดทำ รายได้ก็หยุด |
| B | Business owner | เจ้าของธุรกิจที่มีระบบ | ระบบและคนที่ทำงานแทน ธุรกิจเดินได้แม้เจ้าของไม่อยู่ |
| I | Investor | นักลงทุน | สินทรัพย์ที่ทำงานแทน เช่น หุ้น ค่าเช่า ส่วนแบ่งกำไร |
ประเด็นสำคัญของหนังสือไม่ใช่ว่าด้านไหนดีกว่า แต่คือ คนในแต่ละด้านคิดเรื่องเงินต่างกัน และการรู้ว่ารายได้ของคุณมาจากด้านไหน ช่วยให้เห็นว่าจะขยับต่อไปทางไหน
ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ต่างกันที่อะไร
The Rich Dad Company อธิบายว่าฝั่งซ้าย (E และ S) ขับเคลื่อนด้วย ความมั่นคง ส่วนฝั่งขวา (B และ I) ขับเคลื่อนด้วย อิสรภาพ
- ฝั่งซ้าย รายได้ผูกกับเวลาและแรงของตัวเอง ทำมากได้มาก หยุดทำก็หยุดได้ ความเสี่ยงคือถ้าป่วย ตกงาน หรืออยากหยุดพัก รายได้จะหายไปทันที
- ฝั่งขวา รายได้มาจากระบบหรือสินทรัพย์ ช่วงสร้างใช้ทั้งเวลา เงิน และความเสี่ยง แต่เมื่อสร้างได้แล้ว รายได้ไม่ต้องพึ่งชั่วโมงทำงานของเจ้าของ
ความต่างนี้ตรงกับเงื่อนไขการออกจาก Rat Race ในเกม CASHFLOW คือรายได้ที่ไม่ต้องพึ่งการทำงานต้องมากกว่ารายจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฝั่งขวา
อาชีพในไทยอยู่ด้านไหนบ้าง
| ตัวอย่าง | ด้าน | เหตุผล |
|---|---|---|
| พนักงานบริษัท ข้าราชการ พยาบาลในโรงพยาบาล | E | รับเงินเดือนจากนายจ้าง |
| ฟรีแลนซ์ ช่างภาพ ติวเตอร์ ทนายที่ว่าความเอง | S | เป็นเจ้าของงาน แต่รายได้มาจากการลงมือเองทุกชิ้น |
| แพทย์ที่เปิดคลินิกและตรวจเองทุกเคส | S | แม้เป็นเจ้าของกิจการ ถ้าหมอหยุด คลินิกก็หยุด |
| เจ้าของร้านอาหารที่ต้องยืนหน้าร้านทุกวัน | S | ธุรกิจยังพึ่งเจ้าของเป็นหลัก |
| เจ้าของร้านหลายสาขาที่มีผู้จัดการและระบบงาน | B | ร้านเดินได้แม้เจ้าของไม่อยู่ |
| คนที่มีรายได้จากเงินปันผล ค่าเช่า หรือดอกเบี้ย | I | สินทรัพย์ทำงานแทน |
อาชีพเดียวกันอาจอยู่คนละด้านได้ ขึ้นกับว่ารายได้ยังผูกกับตัวเจ้าของแค่ไหน เช่น ติวเตอร์ที่สอนเองทุกคลาสอยู่ด้าน S แต่ถ้าสร้างสถาบันที่มีครูและหลักสูตรของตัวเองจนเดินได้โดยไม่ต้องสอนเอง ก็ขยับไปด้าน B
เช็กเร็ว ๆ ว่าตอนนี้คุณอยู่ด้านไหน
ลองตอบคำถามเหล่านี้กับรายได้แต่ละก้อน
- ถ้าคุณหยุดทำงานหนึ่งเดือน รายได้ก้อนนี้ยังเข้าอยู่ไหม
- รายได้ก้อนนี้มาจากนายจ้าง จากลูกค้าที่จ้างคุณโดยตรง จากระบบธุรกิจ หรือจากสินทรัพย์
- ถ้าอยากได้รายได้ก้อนนี้เพิ่ม ต้องเพิ่มชั่วโมงทำงานของตัวเองหรือไม่
รายได้ที่หยุดเมื่อคุณหยุด อยู่ฝั่งซ้าย รายได้ที่ยังเข้าเมื่อคุณหยุด อยู่ฝั่งขวา คนส่วนใหญ่มีรายได้มากกว่าหนึ่งด้าน การเขียน งบการเงินส่วนบุคคล แยกรายได้ตามแหล่งที่มา จะทำให้เห็นสัดส่วนชัดที่สุด
ขยับจากซ้ายไปขวา โดยไม่ต้องลาออก
หลายคนอ่านเงินสี่ด้านแล้วรู้สึกว่าต้องลาออกไปทำธุรกิจ แต่เส้นทางที่ปลอดภัยกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ คือ อยู่ด้าน E หรือ S ต่อ แล้วค่อย ๆ สร้างด้าน I ควบคู่กัน
- ทำให้มีเงินเหลือทุกเดือนก่อน ฝั่งขวาต้องใช้ทุน และทุนก้อนแรกของคนส่วนใหญ่มาจากเงินเดือน
- มีเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อไม่ต้องดึงเงินลงทุนออกมาเมื่อมีเหตุไม่คาดคิด ดู เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่
- เรียนก่อนลงเงิน ด้าน I ต้องอ่านงบการเงิน เข้าใจความเสี่ยง และรู้ว่าสินทรัพย์แต่ละแบบสร้างรายได้อย่างไร
- เริ่มเล็ก แล้วเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ รายได้จากทรัพย์สินก้อนแรกอาจน้อยมาก แต่เป็นจุดเริ่มของฝั่งขวา อ่านต่อที่ รายได้จากทรัพย์สิน
- ถ้าจะไปด้าน B ให้ทดลองเล็ก ๆ ก่อน ทดสอบว่าลูกค้าต้องการจริงและระบบเดินได้ ก่อนเอารายได้ประจำไปเสี่ยง
ภาษีของแต่ละด้านต่างกันไหม
ต่างกัน เพราะกฎหมายไทยแบ่งเงินได้เป็นหลายประเภท เงินเดือน ค่าจ้างอิสระ รายได้จากธุรกิจ เงินปันผล และค่าเช่า มีวิธีหักค่าใช้จ่ายและวิธีเสียภาษีต่างกัน เจ้าของธุรกิจที่จดเป็นนิติบุคคลก็เสียภาษีอีกระบบหนึ่ง
หนังสือเงินสี่ด้านอธิบายเรื่องนี้ตามกฎของสหรัฐ ซึ่งนำมาใช้ตรง ๆ ในไทยไม่ได้ ถ้ารายได้ของคุณเริ่มมาจากหลายด้าน ควรศึกษากฎของกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี ก่อนวางโครงสร้างรายได้
คำถามที่พบบ่อย
E S B I ในเงินสี่ด้านย่อมาจากอะไร
E คือ Employee หรือลูกจ้าง S คือ Self-employed หรือ Small business หมายถึงอาชีพอิสระและเจ้าของกิจการที่ต้องลงมือเอง B คือ Business owner หรือเจ้าของธุรกิจที่มีระบบ และ I คือ Investor หรือนักลงทุน
ฟรีแลนซ์อยู่ด้านไหนของเงินสี่ด้าน
ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่อยู่ด้าน S เพราะเป็นเจ้าของงานเอง แต่รายได้ยังมาจากการลงมือทำทุกชิ้น ถ้าฟรีแลนซ์สร้างทีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ขายได้โดยไม่ต้องทำเองทุกครั้ง รายได้ส่วนนั้นจะเริ่มขยับไปด้าน B
อยู่หลายด้านพร้อมกันได้ไหม
ได้ และเป็นเรื่องปกติ เช่น พนักงานประจำที่มีเงินปันผลจากการลงทุน มีรายได้ทั้งด้าน E และ I การดูสัดส่วนรายได้แต่ละด้านช่วยให้รู้ว่าพึ่งการทำงานของตัวเองมากแค่ไหน
ต้องลาออกไปเป็นเจ้าของธุรกิจถึงจะไปฝั่งขวาได้ไหม
ไม่จำเป็น ทางที่คนส่วนใหญ่ทำได้คือใช้รายได้จากด้าน E หรือ S ทยอยสร้างสินทรัพย์ในด้าน I การลาออกไปทำธุรกิจมีความเสี่ยงสูง ควรทดลองให้เห็นผลก่อน และมีเงินสำรองรองรับ
ด้านไหนดีที่สุด
ไม่มีด้านที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ละด้านมีความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างกัน สิ่งที่หนังสือชี้คือ ถ้ารายได้ทั้งหมดอยู่ฝั่งซ้าย ชีวิตจะผูกกับการทำงานตลอดไป การมีรายได้ฝั่งขวาบ้างจึงเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต
แหล่งอ้างอิง
- Financial Intelligence: The Key to Finding Money Where Others Don't — The Rich Dad Company
- Family Values in Finance — Publishers Weekly (2000)
- พ่อรวยสอนลูก #2 เงินสี่ด้าน — นายอินทร์
- พ่อรวยสอนลูก # 2 เงินสี่ด้าน — ระเบียนหนังสือ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
CASHFLOW® และ Rich Dad® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CASHFLOW Technologies, Inc. บทความนี้เขียนเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เนื้อหาทางการของ The Rich Dad Company
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำด้านภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับแหล่งอ้างอิงล่าสุดก่อนตัดสินใจ

Co-founder Cashflow Club Thailand ใช้ CASHFLOW Board Game สอนเรื่องเงิน มีผู้เข้าร่วม Financial Education แล้วกว่า 1,000 คน
อยากรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแค่ไหน?
เช็กภาพรวมการเงินของตัวเองใน 5 นาที แล้วระบบจะบอกว่าควรเริ่มจากตรงไหน
เริ่มเส้นทางการเงินของฉันอ่านต่อ
- เกม Cashflow คืออะไร? บอร์ดเกมการเงินของ Robert Kiyosaki เล่นอย่างไร ได้อะไรCASHFLOW คือบอร์ดเกมการเงินที่ Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูกสร้างขึ้นในปี 1996 ระหว่างเล่น ทุกคนต้องกรอกงบการเงินของตัวเอง และจะออกจาก Rat Race ได้เมื่อรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม จึงเป็นสนามฝึกอ่านกระแสเงินสด (cashflow) ของตัวเองโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
- Cashflow Club Thailand คืออะไร เล่นเกม Cashflow ที่ไหน ได้อะไรCashflow Club Thailand คือชุมชนการเรียนรู้เรื่องเงินในไทยที่ใช้บอร์ดเกม CASHFLOW ของ Robert Kiyosaki เป็นเครื่องมือสอน ผู้เข้าร่วมเล่นเกมเป็นวง กรอกงบการเงินของตัวเองระหว่างเล่น แล้วสรุปบทเรียนร่วมกันหลังเกม แบมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder)
- Rat Race คืออะไร? ทำไมเงินเดือนขึ้นแต่เงินไม่เหลือ และวิธีหลุดจากวงจรด้วยกระแสเงินสดRat Race คือวงจรหาเงินแล้วใช้หมด ทำให้แม้แต่คนรายได้สูงก็ยังต้องทำงานเพื่อจ่ายรายจ่ายของเดือนถัดไป คำนี้มาจากแนวคิดของ Robert Kiyosaki และเกม CASHFLOW ทางออกไม่ใช่รายได้ที่สูงขึ้นอย่างเดียว แต่คือการสร้างรายได้จากทรัพย์สินให้ครอบคลุมรายจ่ายมากขึ้นทีละส่วน